วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

วิธีคลายร้อน


              วิธีคลายร้อนตอนนอน สารพัดวิธีคลายร้อนทั้งแบบไฮโซและวิธีคลายร้อนแบบบ้าน ๆ เพื่อช่วยคุณหาวิธีเอาตัวรอดจากอากาศร้อนปรอทแทบแตกได้ชิล ๆ 

              นี่สินะที่เขาเรียกกันว่าสภาวะโลกร้อน อากาศในแต่ละวันมันถึงได้ร้อนทะลุปรอทจนเกือบจะทนไม่ไหว ก็เล่นแดดแรงตั้งแต่เช้าลากยาวอุณหภูมิเดือดปุด ๆ มาถึงกลางคืน โอย ! อกอีแป้นจะแตก ตับก็เกือบระเบิด อย่างนี้ต้องคลายร้อนด้วยวิธีคลายร้อนที่ใช้ได้ผลตลอดกาลตามนี้­­ 

    วิธีคลายร้อนให้นอนหลับสบาย

     เปิดแอร์คลาสสิกสุด 

              บ้านไหนมีแอร์อย่าไปกลัวเปลืองไฟ ร้อนแบบนี้เปิดใช้งานแอร์ที่อุตส่าห์ซื้อมาติดไว้ซะเลย แต่ถ้าจะให้ดีอย่าเปิดต่ำกว่า 25 องศานะคะ ไม่อย่างนั้นมิเตอร์ไฟฟ้าของคุณจะหมุนเร็วกว่าที่ควรจะเป็น บิลค่าไฟตอนสิ้นเดือนอาจทำให้สะดุ้งกันได้ 

     เช็กแอร์หน่อยก็ดี 

              จริง ๆ แล้วก่อนเข้าสู่หน้าร้อนสุดหรรษา เราควรตรวจเช็กสภาพเครื่องปรับอากาศเตรียมไว้ให้พร้อม ไม่ว่าจะล้างแอร์ เติมน้ำยาแอร์ หรือตรวจเช็กระบบอื่น ๆ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อคลายร้อนและเพิ่มความเย็นฉ่ำชื่นใจในสภาวะอาก­­าศที่ร้อนแทบบ้าตายกันไปข้างหนึ่ง 

     ระบายอากาศก่อน 
              หากบ้านคุณตั้งอยู่ในเขตที่ปลอดภัยต่อโจรขโมย หรือมีคนอยู่ติดบ้านตลอดเวลาก็ควรเปิดประตูหน้าต่างไว้บ้างเพื่­­อให้อากาศได้ระบาย ทว่าหากต้องทิ้งบ้านไว้เพื่อมาทำงาน เอาเป็นว่ากลับไปถึงบ้านปุ๊ปก็รีบเปิดประตูหน้าต่างทันทีเลยก็ไ­­ด้ อ้อ ! หรือถ้ามีพัดลมระบายอากาศจะเปิดช่วยอีกแรงก็เริดเลย 

    วิธีคลายร้อนให้นอนหลับสบาย

      รูดม่านบังแดดแรง 

              สำหรับส่วนไหนของบ้านที่ปะทะกับแสงแดดยามบ่ายโดยตรง อาจต้องหาม่านสีทึบมาช่วยลดทอนความร้อนจากไอแดดเข้าสู่ตัวบ้านด­­่วน ๆ ยิ่งหากห้องที่ถูกแดดเผาเป็นห้องนอนแล้วด้วยละก็ งานนี้ไม่ติดม่านกันแดดไว้ก็เตรียมตัวนอนแบบสุก ๆ ได้เลย 

      ติดผ้าใบกันความร้อน 

              อีกวิธีคลายร้อนที่ช่วยได้ในระดับหนึ่งคงไม่พ้นการติดผ้าใบกันค­­วามร้อน ซึ่งจะช่วยบังแสงแดดและลดทอนอุณหภูมิร้อนแรงจากแสงแดดเข้าสู่ตัว­บ้านได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเหมือนเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ฤดูฝนที่จะต­­ามมาอีกในไม่กี่เดือนหลังจากนี้ด้วยนะคะ 

    วิธีคลายร้อนให้นอนหลับสบาย

      ใส่ใจเครื่องนอน 

              เริ่มตั้งแต่ที่นอน ผ้าปูที่นอน และผ้าห่ม ควรทำมาจากวัสดุที่โปร่งพ่วงด้วยคุณสมบัติระบายอากาศ พร้อมกับผิวสัมผัสที่เบาสบายอย่างผ้าซาติน คอตตอน หรือลินิน นอกจากนี้สีสันของเครื่องนอนก็ควรเป็นสีอ่อน ๆ อย่างน้อยก็ช่วยสะกดจิตใจของเราให้สงบเยือกเย็นขึ้นได้นิดหน่อย­­ 

      อย่าอาบน้ำอุ่น 

              แม้จะเป็นคนที่ติดน้ำอุ่น แต่การอาบน้ำอุ่นในหน้าร้อนแบบนี้ไมใช่เรื่องที่ดีต่อสุขภาพเลย­­สักนิด ฉะนั้นหากคุณอยากหาวิธีคลายร้อนก็ต้องเริ่มจากฝึกอาบน้ำเย็นให้­­ได้ก่อน 

      แป้งเย็นซ่าบซ่า 

              แป้งเย็นเป็นตัวช่วยคลายร้อนที่มีมานานแถมใช้ได้ผลดีอีกต่างหาก­­ ดังนั้นหลังจากอาบน้ำคลายร้อนแล้ว ก็อย่าลืมชโลมแป้งเย็นให้ทั่วทั้งตัวด้วยนะ 

    วิธีคลายร้อนให้นอนหลับสบาย

      ยืมวิธีคลายร้อนของชาวอียิปต์ 

              ชาวอียิปต์ต้องใช้ชีวิตท่ามกลางทะเลทรายที่ร้อนระอุ เขาจึงมีวิธีคลายร้อนที่หลากหลาย หนึ่งในนั้นก็คือ แช่ผ้าขนหนูไว้ในน้ำเย็นจัด แล้วใช้ผ้าขนหนูเหล่านั้นมาห่อหุ้มตัวตอนนอน แต่หากคุณไม่ได้ร้อนจัดถึงขั้นนั้น จะนำผ้าขนหนูแช่น้ำเย็นมาเช็ดถูตัวก่อนนอน เสร็จแล้วประแป้งเย็นหอม ๆ อีกหน่อยก็น่าจะช่วยคลายร้อนได้เยอะ 

      สวมใส่เสื้อผ้าโปร่งสบาย 

              ชุดที่ใส่นอนของคุณควรเป็นชุดที่ทำจากผ้าคอตตอน ผ้าฝ้าย หรือผ้าซาติน ซึ่งเป็นผ้าที่ระบายอากาศได้ง่าย น้ำหนักเบา ใส่นอนสบายคลายร้อนได้อีกทางหนึ่ง 

    วิธีคลายร้อนให้นอนหลับสบาย

      วางพัดลมใกล้หน้าต่าง 

              วิธีคลายร้อนอีกทางหนึ่งที่อาจทำให้คุณแปลกใจนั่นก็คือ วางพัดลมใกล้หน้าต่างหรือช่องระบายอากาศ โดยหันด้านมอเตอร์พัดลมไปทางหน้าต่าง ซึ่งจะช่วยให้ลมร้อนที่พัดลมสร้างขึ้นมาถูกระบายออกไปด้านนอก ในขณะเดียวกันก็เพิ่มอากาศสบาย ๆ จากด้านนอกให้หมุนเวียนเข้ามาด้านในมากยิ่งขึ้น 

      แอร์ทำมือช่วยได้ 

              หากไม่ได้ติดแอร์ก็ลองใช้วิธีคลายร้อนแบบบ้าน ๆ โดยนำน้ำแข็งก้อนใส่ภาชนะมาวางไว้หน้าพัดลม ให้ลมจากพัดลมพัดเอาไอเย็นจากน้ำแข็งมาปะทะตัวคุณ แค่นี้ก็เหมือนมีแอร์ไอน้ำสุดเก๋ไว้คลายร้อนแล้วล่ะ 

      DIY เครื่องทำความเย็นจากผ้าขนหนู 
              ผ้าขนหนูที่ชุบน้ำเย็นชุ่ม ๆ พาดตากระหว่างเก้าอี้ 2 ตัวหรือราวตากผ้าก็ได้ จากนั้นเปิดพัดลมเบอร์แรงที่สุดเป่าทะลวงผ้าขนหนูมาเลย แล้วคุณจะสัมผัสได้ถึงอาการเย็น ๆ แถมไอน้ำที่ชุ่มฉ่ำ หรือไม่ก็แขวนผ้าขนหนูชุ่มน้ำเย็นไว้ที่หน้าต่างห้องนอน เมื่อลมด้านนอกพัดมา ความเย็นก็เข้าสู่ตัวบ้านได้ด้วยเช่นกัน 

    วิธีคลายร้อนให้นอนหลับสบาย

      ห่างกันสักพักกับคนรัก 

              นอนคนเดียวอาจเหงา แต่เชื่อเถอะว่าจะรู้สึกเย็นสบายกว่านอนกอดกันเป็นไหน ๆ ดังนั้นหากคุณเป็นคนขี้ร้อนจัด ๆ ลองนอนห่างจากคนรักดูสัก 1-2 คืน อาจจะแยกห้องนอนหรือแยกเตียงนอนกันก็ได้ แต่เอาเป็นว่าคุยกันให้เข้าใจก่อนล่ะ ไม่อย่างนั้นบ้านแตกแล้วจะร้อนแรงกว่าเดิม 

      พกน้ำเย็นไว้ข้างเตียง 

              ปกติเราควรดื่มน้ำมากพอกับที่ร่างกายต้องการอยู่แล้ว ทว่าเพื่อดับร้อนให้ร่างกายรู้สึกเย็นขึ้นก็ควรดื่มน้ำเย็นก่อน­­นอนสักแก้วใหญ่ ๆ ภายในร่างกายของเราจะได้ฉ่ำน้ำและลดอุณหภูมิร้อน ๆ ในตัวไปด้วย 

    วิธีคลายร้อนให้นอนหลับสบาย

      ลงมานอนบนพื้น 

              ถ้าบนเตียงมันร้อนเกินไป ลองลงมานอนบนพื้นกระเบื้องก็ได้คลายร้อนไปอีกแบบ หนำซ้ำยังได้สัมผัสอรรถรสในการนอนที่ต่างไปจากเดิม นับเป็นอีกหนึ่งสีสันของชีวิตที่น่าสนใจไม่เบา 

      ปิดไฟทุกดวง 

              ไม่ใช่แค่แสงแดดเท่านั้นที่แผ่ความร้อนให้เราสัมผัสได้ แต่แสงไฟนีออนและหลอดไฟก็นับเป็นความร้อนชนิดหนึ่งที่เพิ่มอุณหภ­ูมิให้บ้านด้วยเช่นกัน ดังนั้นก่อนนอนคุณควรไล่ปิดไฟทุกดวงภายในบ้านให้หมด ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าไปได้อีกหน่อยด้วย 

      อยู่ห่างจากแหล่งผลิตความร้อน 

              เครื่องไฟฟ้าทุกชนิดผลิตความร้อนได้หมด ฉะนั้นคุณควรเช็กให้แน่ใจด้วยว่า ภายในห้องนอนของคุณไม่มีแหล่งผลิตความร้อนเหล่านี้อยู่ใกล้ ๆ ไม่ว่าจะเป็นตู้เย็น คอมพิวเตอร์ หรือเครื่องเสียงและทีวี หากปิดการใช้งานได้ให้ปิดไปซะ ส่วนตู้เย็นที่ต้องเปิดให้ทำงานอยู่ตลอด อาจต้องขนย้ายออกจากห้องนอนไปก่อนชั่วคราว 

    วิธีคลายร้อนให้นอนหลับสบาย

      แช่เท้าในน้ำเย็น 

              เท้าเป็นจุดศูนย์รวมของเส้นประสาททั้งหมดในร่างกายเรา ดังนั้นเท้าจึงมีความรู้สึกไวพอสมควร ด้วยเหตุนี้จึงแนะนำให้คุณแช่เท้าในอ่างน้ำเย็นจัด (อาจใส่น้ำแข็งลงไปด้วยถ้าร้อนมาก ๆ ) แช่เท้าทิ้งไว้สักพัก ร่างกายจะลดอุณหภูมิลงเองโดยอัตโนมัติ 

      กางเต็นท์นอนนอกบ้าน 

              ในเวลากลางคืนอากาศข้างนอกมักจะเย็นสายกว่าอากาศภายในบ้าน ซึ่งคุณสามารถแหวกแนวออกมากางเต็นท์นอนรับลมชิล ๆ นอกบ้านได้สบาย ๆ ยิ่งหากยกครอบครัวมานอนเต็นท์ด้วยกันคงสนุกพิลึกเชียวล่ะ 

              ขอยืนยันอีกสักครั้งว่า หลากหลายวิธีคลายร้อนเหล่านี้ใช้ได้ผลจริง ๆ นะคะ หากคุณอยากคลายร้อนให้ตัวเองและบ้านลองพิสูจน์เคล็ดลับที่เราจั­­ดให้ก็ตามสบายเลย 


    อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก 
    greatist.com  
    Sleep Foundation  




อ้างอิง: http://health.kapook.com/view116586.html

วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2558

การทำstop motion ด้วยไอโฟน


ดูซะจะได้รู้




สัญญาณอันตราย


โลกร้อน สัญญาณอันตราย !!!!

วิดีโอโลกร้อน



สิ่งที่จะเกิดกับโลก




10 วิธีรักโลก

10 วิธีลดภาวะโลกร้อน (Global Warming) ง่ายๆ

อากาศช่วงนี้เพื่อนๆ สังเกตมั้ยครับว่า อุณหภูมิในบ้านเรามันร้อนขึ้นเรื่อยๆ หน้าหนาวก็หนาวไม่กี่วัน ส่วนหน้าร้อนก็ร้อนจนตับจะแตก แถมร้อนขึ้นทุกปีด้วย ซึ่งภาวะแบบนี้เราเรียกว่า “ภาวะโลกร้อน” หรือเรียกกันแบบสากลว่า “Global Warming” นั่นเอง ซึ่งภาวะโลกร้อนนี้ก็คือ การที่อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มขึ้น จากผลของภาวะเรือนกระจก หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อว่า Greenhouse Effect นั่นเอง
ถ้าพูดกันจริงๆ แล้ว สาเหตุหลักของการเกิด ภาวะโลกร้อน นี้ก็ไม่ใช่ใครครับ ก็คือ มนุษย์ครับ ที่เป็นต้นเหตุในการเพิ่มปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการเผาไหม้ เชื้อเพลิงต่างๆ การขนส่ง และการผลิต ในโรงงานอุตสาหกรรม รวมไปถึงการเพิ่มก๊าซกลุ่มไนตรัส- ออกไซด์ และคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (CFC) เข้าไปในชั้นบรรยากาศ พร้อมๆ กับการตัดไม้ ทำลายป่าอย่างต่อเนื่อง
1455843972_1378281037
และการตัดต้นไม้นี้เอง ทำให้กลไกในการดึงก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกไปจากระบบบรรยากาศถูกลดทอนประสิทธิภาพลง ทำให้แสงอาทิตย์ส่องทะลุผ่านชั้นบรรยากาศมาสู่พื้นโลกได้มากขึ้น ซึ่งคาร์บอนไดออกไซด์ที่มากขึ้นนี้ ได้เพิ่มการกักเก็บความร้อนไว้ในชั้นบรรยากาศของโลกมากขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดเป็นภาวะโลกร้อนดังเช่นปัจจุบัน
วันนี้เรามีวิธีดีๆ ที่จะช่วยลดภาวะโลกร้อนได้ด้วยตัวเราเองง่ายๆ จากการไฟฟ้านครหลวงมาฝากกันครับ ที่เชื่อว่าทุกคนต้องทำได้อย่างแน่นอน โดยมีวิธีดังนี้เลยครับ
25-1741772-digital tv_fct1024x630x43_t460
1. เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้ ก็ปิดซะ
ลดการใช้พลังงานในบ้าน ด้วยการปิดโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ เครื่องเสียง และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ เมื่อไม่ได้ใช้งาน จะช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 455 กิโลกรัมต่อปี
81270203
2. แค่ปิดคงไม่พอ โหมดสแตนด์บายยังกินไฟอยู่ ถอดปลั๊กจะดีกว่านะ
ลดการสูญเสียพลังงานในโหมดสแตนด์บาย เครื่องเสียงระบบไฮไฟ โทรทัศน์ เครื่องบันทึกวิดีโอ คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ และอุปกรณ์พ่วงต่างๆ ที่ติดมา ด้วยการดึงปลั๊กออก หรือใช้ปลั๊กเสียบพ่วงอุปกรณ์ตัดไฟอัตโนมัติ
Leuchtstofflampen-chtaube050409
3. หลอดไส้เปลืองไฟน่าดู ใช้หลอดฟลูออเรสเซนต์ดีกว่า
เปลี่ยนหลอดไฟจากหลอดไส้ เป็นหลอดฟลูออเรสเซนต์ 1 ดวง จะช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 68 กิโลกรัมต่อปี แถมยังช่วยประหยัดการใช้พลังงานอีกด้วย เงินในกระเป๋าคุณเหลือเยอะขึ้นเลยล่ะ
refrigerator-stainless-french-door-kitchenaid_6f5d3224f560e29876c201a14c2a82c0_3x2
4. ใช้งานตู้เย็นที่บ้านให้ถูกวิธี
ประหยัดพลังงานให้ตู้เย็น ด้วยการใช้อย่างฉลาด ไม่นำอาหารร้อนเข้าตู้เย็นทันที ควรรอให้เย็นก่อน หลีกเลี่ยงการนำถุงพลาสติกใส่ของในตู้เย็น เพราะจะทำให้ตู้เย็นจ่ายความเย็นได้ไม่ทั่วถึงอาหาร ควรย้ายตู้เย็นออกจากห้องที่ใช้เครื่องปรับอากาศ และอย่าลืมละลายน้ำแข็งที่เกาะในตู้เย็นเป็นประจำ เพราะตู้เย็นจะกินไฟมากขึ้นเมื่อมีน้ำแข็งเกาะ ควรทำความสะอาดตู้เย็นทุกสัปดาห์
clothesline
5. อากาศดีๆ ก็เอาเสื้อผ้ามาตากฆ่าเชื้อโรคซะบ้าง
ควรตากเสื้อผ้าที่ซักแล้วให้แห้ง ด้วยแสงแดดธรรมชาติ ช่วยทำลายเชื้อโรค และช่วยประหยัดไฟฟ้าอีกด้วย ไม่ควรใช้เครื่องปั่นผ้าแห้งหากไม่จำเป็น
mtr2004
6. ขี่จักรยาน ประหยัดพลังงาน แถมได้สุขภาพดี
รถยนต์ส่วนตัวจอดไว้ที่บ้านบ้างก็ได้ แล้วออกมาขี่จักรยาน ใช้รถโดยสารประจำทาง หรือเดินเมื่อต้อง ไปทำกิจกรรม หรือธุระใกล้ๆ บ้าน เพราะการขับรถยนต์น้อยลง หมายถึงการใช้น้ำมันลดลง และลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ด้วย เพราะน้ำมันทุกๆ 3.785 ลิตร (1 แกลลอน) ที่ประหยัดได้ จะลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้ ประมาณ 9 กิโลกรัมเลยนะ
Gasohol
7. เติมน้ำมันชีวภาพ รักษาสิ่งแวดล้อม
เปลี่ยนมาใช้พลังงานชีวภาพ เช่น ไบโอดีเซล เอทานอล ให้มากขึ้นเพื่อลดการใช้พลังงานประเภทน้ำมัน แถมราคาถูกกว่าด้วย
Mirage-ES-Red-Planet-1_1024-620x414
8. eco-car ประหยัดพลังงานช่วยชาติ
เลือกซื้อรถยนต์ที่มีขนาดเหมาะสมกับขนาดครอบครัว และประโยชน์ในการใช้งาน รวมทั้งเลือกรุ่นที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด เพื่อโลก และตัวคุณเอง
Driving: Driver Ignores Friend with Phone
9. ทางเดียวกัน ไปด้วยกัน
บ้านใกล้กันไปด้วยกันสิ ร่วมกันประหยัดน้ำมันแบบ Car Pool ช่วยประหยัดน้ำมันและยังเป็นการลดจำนวนรถติดบนถนนช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ทางอ้อม แถมที่สำคัญ ยังได้เพื่อนใหม่ด้วยนะเออ (แต่อย่าเล่นโทรศัพท์ขณะขับรถนะครับ โดนจับปรับไม่รู้นะ)
drive-slow
10. จะขับรถเร็วไปไหน ขับ 90 ชิวๆ สบายใจกว่า
เผื่อเวลาก่อนออกจากบ้าน ขับรถด้วยความเร็วไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในระยะทางไกล จะช่วยลดการใช้ น้ำมันลงได้ 20% หรือคิดเป็นปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่ลดได้ 1 ตัน ต่อรถยนต์แต่ละคัน ที่ใช้งานราว 3 หมื่นกิโลเมตรต่อปีเลยนะ
เป็นยังไงกันบ้างครับกับวิธีลดภาวะโลกร้อนภาคแรก ซึ่งเป็นวิธีง่ายๆ ที่ใครก็ทำได้ ถ้าหากเราช่วยกันคนละไม้ละมือรับรองว่าอากาศในโลกใบนี้จะน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะเลยครับ แล้วรอติดตามตอนต่อไปเร็วๆ นี้เลยครับ
อ้างอิง: การไฟฟ้านครหลวง 

ผลกะทบจากภาวะโลกร้อน

ภาวะโลกร้อนทำให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้น จึงส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตต่างๆ ที่จำเป็นจะต้องปรับตัวเพื่อเอาตัวรอดจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป บางสายพันธุ์ที่ไม่สามารถปรับตัวได้ก็มีโอกาสที่จะสูญพันธุ์ไปจากโลกนี้เลยทีเดียว ยกตัวอย่างสัตว์โลกที่กำลังได้รับความเดือดร้อนจากภาวะโลกร้อนโดยตรงในตอนนี้ก็คือสัตว์ที่อาศัยอยู่บริเวณน้ำแข็งขั้วโลกอย่างนกเพนกวิน และหมีขั้วโลก
สำหรับมนุษย์ผู้ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนนั้นก็ย่อมได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน ที่เห็นกันได้ค่อนข้างชัดเลยก็คือสภาพอากาศที่รุนแรงขึ้น ที่ไหนแห้งแล้งก็จะแห้งแล้งอย่างรุนแรง ขาดน้ำสะอาดที่จะใช้บริโภคและไม่มีน้ำพอที่จะใช้ทำการเกษตรกรรม ในขณะเดียวกันถึงเวลาหน้าฝน น้ำก็เทลงมามากจนเกินความต้องการ ส่งผลทำให้เกิดอุทกภัยอย่างหนัก ผลผลิตทางการเกษตรเสียหาย พืชผลที่ผลิตได้มีจำนวนน้อยลง ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภายในประเทศ
ภาวะโลกร้อนนั้นส่งผลกระทบในหลายๆด้าน ขอแยกออกเป็นหัวข้อดังนี้
  • ผลกระทบที่มีต่อระบบนิเวศวิทยา
เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นก็ส่งผลให้น้ำแข็งขั้วโลกละลาย เมื่อน้ำแข็งจำนวนมากละลายลงก็ทำให้ปริมาณน้ำทะเลในโลกของเรานั้นสูงขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงเลยก็คือทำให้น้ำท่วม สถานที่ๆเรารู้จักกันหลายๆที่ก็จะจมมิดอยู่ใต้ท้องทะเล อย่างเช่น หมู่เกาะมัลดีฟส์และกรุงเทพมหานครเมืองหลวงของเราก็เช่นกัน
นอกจากนั้นปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นมาบวกกับอุณหภูมิที่สูงขึ้นส่งผลให้ระบบนิเวศของท้องทะเลเปลี่ยนไป ทำให้สัตว์น้ำจำนวนมากปรับตัวไม่ได้และจะต้องตายลงไป ตอนนี้ที่เห็นอยู่กันทั่วโลกก็คือปรากฏการณ์ฟอกขาวของปะการัง เกิดจากการที่โพลิปของปะการังนั้นตายเพราะปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมไม่ได้ เหลือไว้แต่ส่วนที่เป็นโครงสร้างสีขาวไร้ซึ่งชีวิต ไม่ต่างอะไรกับโครงกระดูกของสิ่งมีชีวิตที่ตายแล้ว ซึ่งปะการังนั้นเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำที่สำคัญมาก ถ้าไม่มีปะการังสัตว์น้ำต่างๆก็จะลดจำนวนลงไป และบางชนิดอาจสูญพันธุ์ไปในที่สุด
อีกผลกระทบที่พวกเราเห็นได้อย่างชัดเจนเลยก็คือภัยพิบัติจากธรรมชาติที่เกิดบ่อยขึ้น และรุนแรงมากขึ้น เป็นเพราะสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไป ฤดูหนาวสั้นลง ฤดูร้อนยาวนานขึ้น และเมื่ออุณหภูมิของโลกสูงขึ้น น้ำจากทะเลและจากแหล่งน้ำต่างๆก็เกิดการระเหยมากขึ้น ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาก็จะมีปริมาณที่สูงขึ้นจนทำให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ต่อไปอาหารและน้ำสะอาดก็จะขาดแคลน เพราะว่าพืชผลปลูกได้ยากขึ้นจากการที่อากาศเปลี่ยนไป ซ้ำยังมีภัยพิบัติมาคอยทำลายพื้นที่เพาะปลูกและพืชผลให้เสียหายอีกด้วย
  • ผลกระทบที่มีต่อเศรษฐกิจ
อย่างที่กล่าวไปในหัวข้อที่แล้ว เมื่อสัตว์น้ำมีจำนวนน้อยลงก็ทำให้สูญเสียรายได้จากการจับสัตว์น้ำ แหล่งท่องเที่ยวใต้น้ำที่เคยสวยงามที่เคยมีก็หมดไป ทำให้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจการท่องเที่ยว อีกทั้งการเกษตรก็ได้รับผลกระทบไปด้วย ปริมาณพืชผลที่เคยผลิตได้มากมายก็ลดน้อยไป ส่งผลให้อาหารการกินแพงขึ้น และสินค้าขาดตลาด
ภัยพิบัติที่รุนแรงยังส่งผลให้เกิดความเสียหายแก่โรงงานและแหล่งอุตสาหกรรมอีกด้วย จะเห็นได้จากน้ำท่วมครั้งใหญ่เมื่อปี 2554 ที่โรงงานและนิคมอุตสาหกรรมหลายแห่งได้รับความเสียหาย อีกทั้งยังต้องใช้งบเพิ่มขึ้นเพื่อใช้ในการป้องกันภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต และยังส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนด้วย
  • ผลกระทบในด้านของสุขภาพ
อุณหภูมิของโลกที่สูงขึ้นนั้นส่งผลให้เกิดสภาวะที่เหมาะสมของการดำรงชีวิตของแบคทีเรียและศัตรูพืชหลายๆชนิด ซึ่งทำให้ในอนาคตจะมีผู้ที่ติดเชื้อและล้มป่วยมากขึ้น ยกตัวอย่างโรคไข้เลือดออกที่ทุกคนรู้จักกันดี รวมไปถึงไข้มาลาเรีย อหิวาตกโรคก็จะระบาดเพิ่มขึ้นมากในอีกประมาณ 20 ปีข้างหน้า
ภัยพิบัติต่างๆทำให้การดำรงชีวิตนั้นยากลำบากมากขึ้น อย่างเช่นการเกิดอุทกภัยทำให้เกิดการปนเปื้อนของสิ่งสกปรกในน้ำที่เราใช้อุปโภคบริโภค อาหารมีราคาแพงขึ้น ทำให้ผู้คนได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ และทำให้ร่างกายไม่แข็งแรง ยกตัวอย่างประเทศที่ขาดแคลนอาหารและน้ำดื่มในแถบแอฟริกาบางประเทศ ทุกคนน่าจะพอเคยเห็นภาพเหล่านั้นมาบ้างแล้ว
ในอนาคตอีก 20 ปีข้างหน้าโลกของเราจะเกิดการเปลี่ยนแปลงไปมาก การใช้ชีวิตก็จะลำบากมากขึ้นกว่าตอนนี้ เนื่องจากธรรมชาติที่มีถูกทำลายไปจนเกือบจะไม่เหลือ ถึงตอนนั้นเชื่อว่าจะต้องมีคนคิดว่าเมื่อ 20 ปีที่แล้ว…พวกเรากำลังทำอะไรกันอยู่

อ้างอิง : http://www.greentheearth.info